ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์คิดค่าจ้างเท่าไหร่ จากต้นทาง-ปลายทาง และปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการคิดค่าจ้างเพิ่ม

ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์คิดค่าจ้างเท่าไหร่ จากต้นทาง-ปลายทาง และปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการคิดค่าจ้างเพิ่ม

บริษัทขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ไทย และ การรถไฟแห่งประเทศไทย จะมีวิธีการคิดค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ที่แตกต่างกัน ขึ้นกับระยะทาง น้ำหนักหรือขนาดของรถมอเตอร์ไซค์ และ การคิดแบบเหมาราคา

ปัจจุบันมีการบริการอย่างหนึ่งที่สามารถจัดส่งยานพาหนะถึงที่หมายได้เหมือนกับพัสดุทั่วไป ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่ให้บริการจัดคิด ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ในการบริการด้วยเช่นกัน  ซึ่งคำถามที่ตามมาคือ จะจัด ส่งรถมอเตอร์ไซค์ทางไหนดี เป็นคำถามชวนสงสัยของคนที่ต้องการนำรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปด้วยกัน เพราะบางคนอาจมีความจำเป็นต้องย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงาน กลับบ้านต่างจังหวัด หรือ ซื้อรถมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพส่งกลับต่างจังหวัดไปให้คนในครอบครัวได้ใช้  ซึ่งมีบริการและจัดส่งได้อย่างปลอดภัยคือบริษัทขนส่งรถมอเตอร์ไซค์, ทางไปรษณีย์ไทย และ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย

1. ไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทย ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์คิดค่าจ้างเท่าไหร่

ขอบคุณรูปภาพจาก RYT 9

การขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทย อีกช่องทางที่สะดวกที่มีชื่อเรียกบริการนี้ว่า Logispost เป็นบริการที่ทำมาเพื่อส่งของชิ้นใหญ่ ๆ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ โดยสามารถส่งของที่มีน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ซึ่งการฝากส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางไปรษณีย์ไทยจะต้องใช้บริการนี้เท่านั้น แต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกสาขาของไปรษณีย์ไทยที่จะให้บริการ Logispost โดยสามารถโทรติดต่อสอบถามสาขาที่ให้บริการได้ที่ 1545 สายด่วนไปรษณีย์ไทยได้


1.1 อัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ คิดค่าจ้างเท่าไหร่ จากต้นทาง-ปลายทาง

  • รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องไม่เกิน 150 cc.  ค่าบริการเริ่มต้นที่ 1200 บาท ไปจนถึง 2,640 บาท
  • รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องเกิน 150 cc. แต่ไม่ถึง 400 cc. ค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,500 บาท ไปจนถึง 3,300 บาท
  • รถจักรยานยนต์ BigBike หรือ Chopper  ทุกขนาด cc. และรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์เกิน 400 cc. และรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์เกิน 400 cc. ค่าบริการเริ่มต้น 3,300 บาท ไปจนถึง 5,460 บาท
  • ซึ่งมีราคาค่าใช้จ่ายจะคิดตามน้ำหนัก และพิกัดโซนจังหวัดปลายทาง ข้อเสียคือใช้เวลาหลายวันกว่าจะถึงที่หมาย

1.2 ข้อดีการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทย มีการรับประกันความเสียหายให้ด้วยในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท ไปรษณีย์ไทยจะรับผิดชอบให้เรา หากเกิดความเสียหายขึ้นกับรถมอเตอร์ไซค์ของเรา อันเกิดจากกระบวนการขนส่ง ระยะเวลาในการขนส่งคือ 5-7 วัน

2. การรถไฟแห่งประเทศไทย

การรถไฟแห่งประเทศไทย ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์คิดค่าจ้างเท่าไหร่

ขอบคุณรูปภาพจาก thainews

บริการหนึ่งของทาง รถไฟไทยที่ให้บริการด้านขนส่งของต่าง ๆ ที่เรียกว่า สัมภาระ ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์เองก็ถูกจัดอยู่ในสัมภาระที่ได้รับอนุญาตให้นำไปกับขบวนรถโดยสาร และ รถรวมทุกขบวน โดยจะมีการคิด ค่าสัมภาระ ในรูปแบบที่เรียกว่า ค่าระวางรวม โดยมีวิธีการคิดคำนวณดังนี้

ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ค่าธรรมเนียม + ค่าขนขึ้น + ค่าขนลง

ค่าระวาง คือ ค่าขนส่งสินค้าที่ผู้ส่ง หรือ ผู้รับสินค้า จะต้องชำระก่อนที่จะส่งสินค้า โดยมีเงื่อนไขที่ขึ้นกับการรถไฟกำหนด โดยจะคิดตามน้ำหนัก ซึ่งน้ำหนักที่ได้รับการยกเว้นค่าระวาง กรณีนำไปกับขบวนรถด่วน รถเร็ว รถธรรมดา รถรวม ขบวนรถพิเศษโดยสาร และขบวนรถดีเซลราง ที่เดินนอกเหนือจากขบวนรถชานเมือง

ชั้นที่ 1 ไม่เกิน 50 กิโลกรัม ชั้นที่ 2 ไม่เกิน 40 กิโลกรัม และ ชั้นที่ 3 ไม่เกิน 30 กิโลกรัม ส่วนสัมภาระที่น้ำหนักหรือปริมาตรเกินที่อนุญาตไว้ ต้องเสียค่าระวาง และค่าธรรมเนียม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เรียกว่า การคิดค่าระวางสัมภาระ

2.1 อัตราค่าบริการของการขนส่งมอเตอร์ไซค์

  • สามารถนำไปกับขบวนรถโดยสาร โดยต้องเสียค่าระวาง ตามอัตราที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ โดยแยกตาม CC เครื่องยนต์
  • รถมอเตอร์ไซค์ขนาดไม่เกิน 125 cc. –ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ค่าธรรมเนียม 400 บาท + ค่าขนขึ้น 80 บาท + ค่าขนลง 40 บาท
  • รถมอเตอร์ไซค์ขนาดเกิน 125 cc. – ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ค่าธรรมเนียม 500 บาท + ค่าขนขึ้น 100 บาท + ค่าขนลง 60 บาท

2.2 กรณีนำไปกับขบวนรถธรรมดา และ ขบวนรถดีเซลรางอื่น ๆ

  • น้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม – ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + (จำนวนกลุ่ม x 20)
  • น้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม – ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ( 5 x 20) + (จำนวนกลุ่มที่เกิน 100 กิโลกรัม x 3)

2.3 กรณีนำไปกับขบวนด่วน รถเร็ว และ ขบวนรถพิเศษโดยสาร

  • น้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม – ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + (จำนวนกลุ่ม x 30)
  • น้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม – ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ( 5 x 30) + (จำนวนกลุ่มที่เกิน 100 กิโลกรัม x 40)

จากอัตราการคิดค่าบริการทั้งหมด สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ขนาดไม่เกิน 125 cc. จะต้องเสียค่าระวางขั้นต่ำที่ประมาณ 650 บาท (ค่าธรรมเนียม 400 บาท + ค่าขนขึ้น 80 บาท + ค่าขนลง 40 บาท + ค่าระวางรวมขั้นต่ำ 130 บาท)

3. บริษัทขนส่งเอกชน

บริษัทขนส่งเอกชน ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์คิดค่าจ้างเท่าไหร่

ขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน เป็นวิธีการขนส่งที่ง่ายที่สุด เพราะเราสามารถหาบริษัทขนส่งเอกชนได้ทั่วประเทศ มีการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ของเอกชนคุ้มค่ากว่าส่งของชิ้นใหญ่หรือน้ำหนักมากได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าส่งแพงจากการคิดค่าขนส่งตามน้ำหนัก อีกทั้งมีการจัดส่งที่รวดเร็ว เป็นการจัดส่งแบบ Door to door  เข้ารับของและส่งไปยังปลายทางทันที ไม่ต้องผ่านจุดคัดแยกสินค้า ทำให้สินค้าปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการสูญหายหรือเสียหายลงได้มาก

ข้อดีการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน มีจุดเด่นของการส่งมอเตอร์ไซค์กับเอกชนคือ การรับประกันรถหาย ประกันชุดสีเป็นรอย และสามารถโทรติดตามได้ตลอดเวลา ความสะดวกสบาย โดยบริษัทขนส่งเอกชนจะมารับ-ส่งรถมอเตอร์ไซค์ของเราถึงหน้าบ้านเลย ไม่ว่าจะส่งต่างจังหวัดส่งที่ไหนก็ไปให้ได้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

3.1 ขนส่งเอกชนคิดราคาอย่างไร

  1. คิดราคาต่อชิ้นและน้ำหนักของสินค้า
  2. คิดราคาตามระยะทางจากต้นทางไปปลายทาง
  3. คิดราคาแบบเหมาวัน

3.3 อัตราค่าขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน

  • ค่าขนส่งรถมอเตอร์ไซค์แบบธรรมดา – มีความประหยัดค่าใช้จ่าย ระยะเวลาการส่งตั้งแต่รับรถส่งรถถึงปลายทาง จะใช้เวลาขนส่งภายใน 3 วัน อัตราค่าขนส่งเริ่มต้น 1,200 บาท ระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร
  • ค่าขนส่งรถมอเตอร์ไซค์แบบด่วน – จัดส่งถึงปลายทางภายใน 24 ชั่วโมง แต่ระยะทางต้องไม่เกิน 700 กิโลเมตร อัตราค่าส่งเริ่มต้นที่ 1,700 บาท ระยะทางต้องไม่เกิน 30 กิโลเมตร
  • ค่าขนส่งรถมอเตอร์ไซค์แบบเหมาคัน – เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการขนส่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้านต่างจังหวัดพร้อมสิ่งของอื่น ๆ  อัตราค่าขนส่งเริ่มต้น 2,000 บาท ระยะทางต้องไม่เกิน 30 กิโลเมตร

หรือ คิดค่าบริการตามระยะทาง และการเหมารถรายวัน 9 ชั่วโมง ขนส่งภายในกรุงเทพ ปริมณฑล มอเตอร์ไซค์ ค่าบริการ 45 บาท + 7 บาทต่อกิโลเมตร ราคา 950 บาท (ราคาโดยประมาณ)

และปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการคิดค่าจ้างเพิ่ม คือ การคิดราคาต่อชิ้นและน้ำหนักของสินค้า การคิดราคาตามระยะทางจากต้นทางไปปลายทาง และ การคิดราคาแบบเหมาวัน


ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์คิดค่าจ้างเท่าไหร่ จากต้นทาง-ปลายทาง

ไม่ว่าเราจะส่งรถมอเตอร์ไซค์ทางไหนดี จะทางไปรษณีย์ไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ บริษัทขนส่งเอกชน บริษัทขนส่งรถมอเตอร์ไซค์จะมีการคิดค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ตามระยะทาง ตามน้ำหนัก และตามแบบเหมาวัน ที่แต่ละขนส่งจะคิดค่าบริการที่แตกต่างกันไปขึ้นกับว่าเราจะเลือกการขนส่งแบบไหน แบบด่วน แบบธรรมดา ตามแต่ความสะดวก

และที่ รุศดาโลจิสติกส์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งบริการสินค้า พัสดุ หรือแม้แต่ยานพาหนะ รถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงบริการรถรับจ้างทั่วไปให้บริการพื้นที่ กรุงเทพ ปริมณฑล ต่างจังหวัด ทั่วราชอาณาจักรไทย เพราะที่รุศดาขนส่ง มีให้บริการทุกประเภทตามที่ลูกค้าต้องการ เหมาะสำหรับ การขนของย้ายบ้าน ย้ายคอนโด ย้ายออฟฟิศ

ที่ รุศดาขนส่ง มีทีมงานมืออาชีพที่รวดเร็ว ให้ความใส่ใจและตระหนักในเรื่องความปลอดภัยสิ่งของมาก เพื่อให้ลูกค้าสบายใจและได้รับในสภาพดีที่สุด ไม่มีของเสียหาย ทำงานด้วยมืออาชีพ พร้อมที่จะช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ในการขนย้ายของลูกค้าให้เป็นเรื่องง่าย ๆ ในราคาสบายกระเป๋า สามารถติดตามเราหรือเข้าชมงานบริการของเราก่อนได้ที่ www.รุศดาโลจิสติกส์.com

บทความแนะนำ

” สำหรับใครที่ตัดสินไม่ได้ว่า จะใช้บริการขนส่งแบบไหนดี บทความนี้อาจเป็นคำตอบและจะช่วยตัดสินให้คุณได้ ส่งรถมอเเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัดทางไหนดี จะเป็นไปรษณีย์ รถไฟ หรือบริการขนส่งเอกชน ”


ติดต่อสอบถาม