เปรียบเทียบ ส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล ส่งทางไหนดี ? พร้อมเทียบราคา เจ้าไหนคุ้มสุด

เปรียบเทียบ ส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล ส่งทางไหนดี ? พร้อมเทียบราคา เจ้าไหนคุ้มสุด
เปรียบเทียบ ส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล ส่งทางไหนดี ? พร้อมเทียบราคา เจ้าไหนคุ้มสุด

ด้วยพัฒนาการที่ก้าวกระโดด ของธุรกิจออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สินค้าหลายชนิด ที่เคยอยู่ทางออฟไลน์เป็นหลัก เช่น ต้นไม้, ผักผลไม้สด, วัสดุก่อสร้าง, เฟอร์นิเจอร์, ชิ้นส่วนเครื่องจักร ผันตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าจากทั่วทุกจังหวัด สามารถสั่งซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดายการ ส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโลจึงเกิดขึ้นทุกวัน ส่งผลให้บริษัทขนส่งเติบโตตามไปด้วย แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกเจ้าไหนนั้น อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยสำคัญเหล่านี้ด้วย

1. ก่อน ส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

ก่อน ส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?
ก่อนส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

1.1 น้ำหนักสูงสุด ที่สามารถขนส่งได้

สิ่งของที่มีน้ำหนัก 50 กิโล 100 กิโลนั้น ถือเป็นของที่ค่อนข้างหนัก เกินกว่าเกณฑ์ที่บริษัทขนส่งเอกชนทั่วไปให้บริการ ดังนั้นต้องเลือกเจ้าที่มีรถรับจ้างหลายขนาด หรืออาจต้องขนส่งทางเรือ ถึงจะสามารถส่งของหนัก 100 กิโล ราคาย่อมเยาได้

1.2 ขนาดของสินค้า ที่บริษัทรองรับ

การส่งของชิ้นใหญ่ไปต่างจังหวัด หรือภายในจังหวัดเดียวกัน นอกจากจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักของสินค้าแล้ว เรื่องของขนาดกว้าง x ยาว x สูง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เพราะหลายเจ้าจะจำกัดขนาดสินค้าไว้ที่ 200 เซนติเมตรเท่านั้น

1.3 บริการแพ็กสินค้า

การขนส่งผลไม้, ส่งต้นไม้, ขนของย้ายบ้าน, ส่งของหนัก 50 กิโล ราคาจะถูกหรือแพงแค่ไหน ลูกค้าจำเป็นต้องถามถึงรายละเอียดการแพ็กสินค้าเสมอ เพราะของยิ่งมีน้ำหนักมาก ยิ่งมีขนาดใหญ่มาก ยิ่งต้องแพ็กอย่างพิถีพิถันมากขึ้นเท่านั้น

1.4 พื้นที่การให้บริการ

อย่าลืมตรวจสอบพื้นที่ให้บริการของแต่ละบริษัททุกครั้ง ก่อนตัดสินใจ เพราะหลายเจ้าจะให้บริการแค่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนบางเจ้า อาจให้บริการเฉพาะในภูมิภาคเดียวกับที่ตั้งของบริษัทเท่านั้น ซึ่งถ้าต้องการว่าจ้างให้ขนส่งข้ามเขต คุณจำเป็นจะต้องชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย

1.5 การคิดค่าบริการ

แน่นอนว่า การส่งของหนัก 50 กิโล ราคารวมย่อมถูกกว่า 100 กิโล แต่เมื่อคิดหารเฉลี่ยเป็นราคาต่อกิโลกรัมแล้ว อาจพบว่า ยิ่งขนส่งของหนักมาก ราคาต่อกิโลจะยิ่งถูกลงเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ SMEs หรือ START-UPs ที่ต้องการส่งของหนักแค่ 50 กิโล แต่ส่งทุกวันเสียเปรียบได้ ดังนั้นการเลือกเจ้าที่เหมารวมค่าบริการตามระยะทาง อาจคุ้มค่ากว่า

1.6 ความรวดเร็วในการดำเนินงาน

หลายครั้งที่มีข่าวว่า บริษัทขนส่งถูกร้องเรียนเรื่องความล่าช้า ส่งของผิดนัด ของตกหล่น ซึ่งหากเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่เน่าเสีย เช่น มอเตอร์ไซค์, ตู้เย็น, เฟอร์นิเจอร์, เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง อาจไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก แต่ถ้าเป็นผักผลไม้, อาหารสด, ต้นไม้ คงขาดทุนไม่น้อย ดังนั้นความรวดเร็วในการขนส่ง จึงเป็นสิ่งที่ต้องนึกถึงเสมอ

1.7 ทีมงานดูแลระหว่างขนย้าย

ส่งของหนัก ทางไหนดี วิธีไหนคุ้มที่สุด ?
ส่งของหนัก ทางไหนดี วิธีไหนคุ้มที่สุด ?

การส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโล นอกจากจะต้องใช้เครนยก, รถฟอร์กลิฟต์ และอุปกรณ์พิเศษในการขนย้ายแล้ว ยังต้องการทีมงานมืออาชีพ ที่จะคอยจัดการระหว่างขนย้าย และดูแลจนถึงปลายทางด้วย ไม่อย่างนั้นสินค้าขนาดใหญ่อาจเสียหายได้

1.8 การรับประกันสินค้า

คงไม่มีใครอยากให้เกิดความเสียหายระหว่างขนย้าย แต่ถ้าอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นแล้ว การที่บริษัทมีประกันสินค้ารองรับ ย่อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้มากกว่าแน่นอน

2. ส่งของหนัก ทางไหนดี วิธีไหนคุ้มที่สุด ?

2.1 ขนส่งทางเครื่องบิน

หากคุณต้องการส่งของหนัก 100 กิโล ราคาถูก อาจต้องตัดตัวเลือกการขนส่งทางอากาศออกก่อนเลย ส่วนถ้าต้องการความรวดเร็ว วิธีนี้ก็ค่อนข้างโดดเด่นเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกมากับงานเอกสาร และขั้นตอนที่ยุ่งยากไม่น้อย

2.2 ขนส่งทางเรือ

การขนส่งทางเรือ นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ หากคุณต้องการส่งของหนักเป็นตัน หรือส่งสินค้าเป็นคาร์โก แต่ถ้าจะส่งของหนัก 50 กิโล ราคาคงไม่คุ้มค่ามากนัก อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องความล่าช้าด้วย

2.3 ขนส่งทางรถไฟ

ถ้าย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน หากคุณถามคนส่วนใหญ่ว่า จะส่งของหนัก ทางไหนดี ? คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ตอบว่า การขนส่งทางรถไฟน่าจะดีที่สุด เพราะขนส่งของหนัก 100 กิโลได้สบาย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การขนส่งรูปแบบนี้อาจไม่ทันใจ และสินค้ายังอาจเสี่ยงชำรุดด้วย เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัด

2.4 ขนส่งกับบริษัทเอกชน

บริษัทขนส่งเอกชนส่วนใหญ่ มักจะจำกัดน้ำหนักขนส่งไว้ที่ 30 กิโล แต่ยังมีบางเจ้า ที่สามารถส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโลได้สบาย ไม่จำกัดน้ำหนัก อย่างบริษัทรุศดาโลจิสติกส์ ที่มีรถรับจ้างหลากหลายขนาด ตั้งแต่รถกระบะ 4 ล้อ จนถึงรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ จึงสามารถขนส่งสินค้าน้ำหนักหลาย 100 กิโลได้อย่างง่ายดาย

3. รุศดาโลจิสติกส์ บริการส่งของหนัก 100 กิโล ราคาสุดคุ้ม

รุศดาโลจิสติกส์ บริการ ส่งของหนัก 50 กิโล และ 100 กิโล ราคาสุดคุ้ม
รุศดาโลจิสติกส์ บริการส่งของหนัก 100 กิโล ราคาสุดคุ้ม

หากคุณยังไม่แน่ใจว่า จะส่งของหนัก ทางไหนดี ? บริษัทขนส่งเอกชนประสบการณ์สูง รุศดาโลจิสติกส์พร้อมดูแล เรามีความเชี่ยวชาญในการขนส่งสินค้าน้ำหนักมาก และสินค้าชิ้นใหญ่ทุกรูปแบบ ไม่จำกัดขนาดหรือน้ำหนัก แพ็กสินค้าเรียบร้อย ดูแลขนย้ายด้วยทีมงานมืออาชีพ พร้อมอุปกรณ์ขนย้ายทันสมัย บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย คิดค่าบริการตามระยะทางจริง ราคายุติธรรม ส่งตรงเวลา โดยมีการรับประกันสินค้าตลอดเส้นทางด้วย

4. สรุป

สำหรับการขนส่งของหนัก 50 กิโล 100 กิโลนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะน้ำหนักและขนาดของสินค้า ซึ่งการเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งเอกชน อย่างรุศดาโลจิสติกส์ น่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด เพราะสามารถจัดการได้อย่างครอบคลุม และดูแลพิถีพิถันทุกขั้นตอน มั่นใจได้เลยว่า สินค้าของคุณจะได้รับบริการระดับพรีเมียมแน่นอน

บทความแนะนำ

” ส่งของวันเดียวถึงต่างจังหวัด แนะนำรุศดาโลจิสติกส์ [สะดวก รวดเร็ว และราคาถูก] บทความนี้มีคำตอบ